ท่องเที่ยว

เมืองคาราโครัม (Kharakhorum)

เมืองคาราโครัม หรือเคอร์คอริน (Kharkhorin) เมืองหลวงโบราณของอาณาจักรมองโกล สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1220 โดยเจงกิสข่าน ตั้งอยู่ในหุบเขาโอคอนวัลเลย์ ตอนกลางของมองโกเลีย มีความอุดมสมบูรณณ์ทั้งภูแขา แม่น้ำ น้ำตก จนกลายเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมระหว่างโลกตะวันออก และโลกตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน

เพราะมีหลักการปกครองเมืองให้อิสระต่อความเชื่อทางศาสนา ทำให้มุสลิม เอเชียตะวันออก และยุโรป เข้ามาติดต่อสื่อสารทำการค้าขายระหว่างกันได้อย่างเสรี เปิดกว้างมากๆ ซึ่งในอดีตนักเดินทาง นักประวัติศาสตร์ พ่อค้า ผู้คนจากชาติต่างๆ จะสัญจรผ่านเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้ จนทำให้เมืองคาราโครัมส่วนหนึ่งของมรดกโลกหุบเขาโอคอนวัลเลย์

โอโตไก ข่าน (Ogodei) ลูกชายของเจงกีสข่าน ได้สร้างเมืองหลวงคาราโครัมเสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ. 1235 หลังจากที่เจงกิสข่านได้เสียชีวิตไปแล้ว  คาราโครัมได้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงตั้งแต่ ค.ศ. 1235 – ค.ศ. 1260 ระยะเวลา 40 ปี

ภายนอกกำแพงเมืองจะพบเต่าหินแกะสลักขนาดใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอาณาเขตของเมือง หินคาร์คอริน (Kharkhorin Rock) ขนาดใหญ่มีความยาว 24 นิ้ว บริเวณกำแพงเมืองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีความยาวด้านละ 400 เมตร ตั้งอยู่ที่ประตูทางเข้าทุกด้าน ระหว่างกำแพงสร้างสถูปเจดีย์แบบทิเบตจำนวน 108 แห่ง

ภายในกำแพงเมืองเป็นที่ตั้งของพระราชวังตุเมนอมาลกันสร้าง ด้วยเสาไม้จำนวน 64 ต้น ตั้งอยู่บนฐานหินแกรนิต รวมทั้งอารามหลายสิบแห่ง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1937 เข้าสู่ยุคการปกครองโดยคอมมิวนิสต์ได้เข้ามาเผาทำลายอาราม สังหารนักบวชจำนวนมาก ปัจจุบันเมืองคาราโครัมเป็นหมู่บ้านของชนเผ่าเร่ร่อน เป็นหนึ่งในสิบสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน

แทงบอล

ท่องเที่ยว

พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) เป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงโซล ถูกสร้างขึ้นในปี 1395 ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน แฟนซีรีย์เกาหลีจะต้องคุ้นตากับพระราชวังเคียงบกกุงนี้แน่นอน เพราะมักจะถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์แนวพีเรียดอยู่บ่อยๆ

ไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดชม คือ พิธีการผลัดเปลี่ยนเวรยาม ซึ่งจะมีจัดแสดงเป็นรอบๆ ได้แก่รอบ 10:00 น. 13:00 น. และ 15:00 น. ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีต่อรอบ หากใครอยากลองสวมชุดทหารในวังของเกาหลีดูสักครั้ง ก็สามารถลองสวมใส่ได้ เพราะเค้ามีบริการให้ฟรี

ก่อนเข้าไปชมภายในพระราชวัง อย่าลืมแวะถ่ายรูปที่หน้าประตูฮึงแนมุน (Heungnyemun Gate) สักหน่อย ที่นี่ถือว่าเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตเลยก็ว่าได้

ถ้าเราสวมชุดฮันบก แล้วจะได้เข้าวังฟรีจ้าา โอ้โห ขอบอกว่าต้องถูกใจสาวๆ แน่นอน อีกทั้งยังทำให้การชมวังได้บรรยากาศมากขึ้น

เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามา เราได้พบกับลานท้องพระโรงขนาดใหญ่ เรียกว่า กึงจองจอน (Geunjeongjeon) มักจะถูกใช้สำหรับออกว่าราชการที่เป็นทางการของกษัตริย์ ใช้รับรองทูตจากต่างประเทศ และที่เห็นบ่อยๆ เลยจากในซีรี่ย์ คือ ใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดพิธีราชาภิเษกสมรสของเจ้าแผ่นดินด้วย

ถ้าเดินเข้าไปอีก ก็จะไปเจอบริเวณที่เรียกว่า ซาจองจอน (Sajeongjeon) เป็นสถานที่ที่กษัตริย์ใช้ในการประชุมกับคณะราชสำนัก

และต่อมา เราจะเจอ คังนยองจอน (Gangnyeongjeon) ในสมัยก่อนเคยถูกใช้เป็นที่ประทับและที่บรรทมของกษัตริย์และพระราชินี

จุดแลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของพระราชวังเคียงบกกุง คือ คยองเฮรุ (Gyeonghoeru) เป็นศาลากลางน้ำ ในสมัยก่อนมักจะถูกใช้จัดงานเลี้ยง และพระราชพิธีพิเศษต่างๆ ขอบอกว่าบริเวณนี้สวยมากๆ เหมาะสำหรับถ่ายรูปสุดๆ

และสุดของเขตพระราชวังนี้นั้น จะมีศาลาหกเหลี่ยมขนาดสองชั้น ถูกสร้างขึ้นบนเกาะเล็กๆ เรียกว่า ฮางวอนจอง (Hyangwonjeong) สวยงามขึ้นไปอีกกับสะพานที่ทอดยาว

แทงบอล

ท่องเที่ยว

SMTOWN STUDIO

SMTOWN STUDIO ตั้งอยู่ที่ COEX Artium ตรงห้าง COEX MALL ย่านชองดัมดง ตึกนี้มีด้วยกันทั้งหมด 6 ชั้น โดยจะเริ่มที่ชั้น 2 ซึ่งใครมาชั้นนี้ต้องกำเงินไว้แน่นๆ หน่อยนะคะ เพราะมีร้าน SUM ที่รวมสินค้า Official ของศิลปินค่าย SM ไว้มากมาย นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า หมวก เสื้อ แว่นตา หมอน แก้วน้ำ พวงกุญแจ ฯลฯ เรียกว่าเป็นแหล่งละลายทรัพย์ชั้นดี

ชั้น 3 เป็นส่วนของ SMTOWN STUDIO เราจะได้สัมผัสชีวิตการเป็นนักร้อง K-Pop เสมือนจริง เช่น การฝึกเต้น ร้องเพลง การบันทึกเสียง การถ่ายภาพ การถ่ายวิดีโอ และการแต่งหน้าทำผม เป็นต้น ซึ่งแต่ละคอร์สก็จะมีราคาแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ชั้นนี้ยังเต็มไปด้วยแกลลอรีของศิลปินมากมายอีกด้วย

ชั้น 4 SMTOWN LIVErary เป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดฮิตอย่าง SUM POP-UP CAFE ภายในมีขนมน่ารักๆ แสนน่ากินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เค้ก คัพเค้ก มาการอง และไอศกรีม เป็นต้น

ชั้น 5 และ 6 คือ SMTOWN Theatre เป็นโรงภาพยนตร์ ภายในมีการฉาย Hologram Musical สุดอลังการ นอกจากนี้ยังมี Hand Printing ของศิลปิน SM และ Photo Box ไว้ถ่ายรูปคู่กับศิลปินที่เราชื่นชอบอีกด้วย

แทงบอล

ท่องเที่ยว

ดอยหลวงเชียงดาว – จังหวัดเชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว สถานที่เที่ยวที่บรรยากาศดีๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ พอตกกลางคืนก็นอนมองดูดาวสวยๆ บรรยากาศโรแมนติ๊กโรแมนติกแบบนี้ไม่ได้มีแค่เพียงในละคร แต่มีอยู่ที่ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย อยู่ภายใต้การดูแลของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว

ที่นี่จะไม่มีแหล่งเก็บน้ำและแหล่งกำเนิดน้ำตามธรรมชาติ แต่กลับไม่แห้งแล้ง แถมยังมีพรรณไม้ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอยู่มากมาย เช่น เทียนนกแก้ว ที่มีดอกรูปร่างเหมือนนกแก้ว ซึ่งจะมีที่นี่เพียงที่เดียวเท่านั้น เพื่อนๆสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม ของทุกปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดจะอยู่ที่ -7 องศาเซลเซียส ใครที่มีแฟนต้องพาแฟนมาเที่ยวสถานที่โรแมนติกๆ

การเดินทาง จะต้องนั่งรถโดยสารที่ขนส่งช้างเผือกจังหวัดเชียงใหม่ ค่ารถราคา 40 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยบอกคนขับว่าจะไปลงที่โลตัสเชียงดาว และควรจะไปถึงโลตัสเชียงดาวก่อนเที่ยง เพราะจะมีวินรถสองแถวขึ้นดอยหลวงเชียงดาวอยู่ ค่ารถคนละ 50 บาท ซึ่งจะมีคนขับมาคอยเรียกคนอยู่หน้าโลตัส แต่ถ้าไปไม่ทันรอบเที่ยงจะต้องเหมาสองแถวขึ้นไป

ค่ารถจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-600 บาท/เที่ยว จากโลตัสเชียงดาวรถสองแถวก็จะพาเราเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว ที่นี่เพื่อนๆต้องเสียค่าเข้าคนละ 20 บาท แล้วรถสองแถวก็จะพาเราไต่ดอยสูงไปยังหมู่บ้านนาเลาใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าลีซู

แทงบอล

ท่องเที่ยว

อนุสรณ์สถานแห่งการต่อสู้ไซซาน (Zaisan Memorial)

อนุสรณ์สถานแห่งการต่อสู้ไซซาน ตั้งอยู่บนยอดเขาไซซาน บริเวณด้านล่างของเชิงเขาไซซาน เราจะพบกับรถถังของสหภาพโซเวียต จากนั้นเดินขึ้นบันได 612 ขั้น ใช้เวลาประมาณ 20 -30 นาที

จะพบกับอนุสาวรีย์รูปทรงวงกลม ศิลปะแบบฟิวเจอร์ริสม์ (Futurism) ร่วมกับแนวคิดคิวบิสม์ (Cubism)  สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติรำลึกถึงทหารมองโกเลียที่เข้าร่วมรบกับ ทหารสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2สำหรับการครบรอบ 50 ปีของการปฏิวัติประกาศอิสรภาพของประเทศมองโกเลีย รอบวงกลมๆ ตกแต่งด้วยคอนกรีตรูปปั้นซัคบาทาร์ โจเซฟ สตาลิน

ส่วนภายในวงกลมเป็นภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังบนกระเบื้องหิน บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ระหว่างสหภาพโซเวียต และมองโกเลีย พร้อมกับชมวิวเมืองอูลานบาตอร์แบบ 360 องศา

สำหรับการเดินทางสามารถเรียกแท็กซี่ หรือขึ้นรถบัสสาย 7 จากจตุรัสซัคบาทาร์ ฝั่งห้องสมุดแห่งชาติมองโกเลีย ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ค่ารถประมาณ 300 ทูกริก เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

แทงบอล

 

ท่องเที่ยว

ปราสาทบูดา (Buda Castle)

ปราสาทบูดา (Buda Castle) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 8 ศตวรรษ

เป็นปราสาทที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องตะลึงถึงความใหญ่โตมโหฬาร ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้สามารถมองเห็นได้ง่าย ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 12 เพื่อป้องกันการถูกรุกรานจากเหล่าศัตรู แต่หลังจากนั้น ปราสาทแห่งนี้ยังโดนทำลายลงและผลัดเปลี่ยนผู้ยึดครองอยู่หลายครั้ง จึงทำให้มีการบูรณะสร้างขึ้นใหม่อยู่เรื่อยๆ

ในปัจจุบันปราสาทบูดามีความยาวกว่า 300 เมตร บริเวณปีกของปราสาทเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการี (Hungarian National Gallery) และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสต์ (Budapest History Museum)

ด้านหน้าของปราสาทบูดา เราจะมองเห็นแม่น้ำดานูบ (Danube River) และสะพานเชน (Chain Bridge) ขนาดใหญ่ ในยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้จะส่องประกายระยิบระยับไปด้วยแสงไฟอันมากมาย เกิดเป็นเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

เป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยายที่ทุกคนจะต้องไม่พลาดชม ด้วยความน่าหลงใหลและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้ปราสาทบูดาได้ รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก (UNESCO World Heritage)

สำหรับคนที่สนใจอยากมาชื่นชมความงดงามของปราสาทแห่งนี้ การเดินทางก็ง่ายนิดเดียวค่ะ แค่ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าคาสเซิลฮิลล์ แล้วไปลงที่จัตุรัส St. George ก็จะสามารถเข้าถึงตัวปราสาท

แทงบอล

ท่องเที่ยว

นาขั้นบันไดหลงจี๋ (Longsheng Longji Rice Terraces)

นาขั้นบันไดหลงจี๋ (Longsheng Longji Rice Terraces) อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สุดแปลกตา เรียกว่าสวยอันซีนแห่งหนึ่งของจีนหรืออาจจะของโลกเลยก็ว่าได้ ความงามจะท็อปอัพไปอีกเมื่อแสงแดดสะท้อนบนผืนน้ำของนาข้าว และจะยิ่งสวยยกกำลังขึ้นอีกเมื่อรวงข้าวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองในฤดูกาลเก็บเกี่ยว หลงจี๋หรือที่แปลว่าหลังมังกรนั้นสวย จนทำให้ลืมภาพนาข้าวในแบบเดิมๆ ที่เคยรู้จักไปเลยจริงๆ

ที่นี่ตั้งอยู่ที่เขตปกครองหลงเสิ้ง (Longsheng County) เมืองกุ้ยหลิน (Guilin) มณฑลกว่างซี (Guangxi Province) ห่างจากเมืองกุ้ยหลินประมาณ 95 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

นาขั้นบันไดหลงจี๋อยู่บนเนินเขามีเนื้อที่ประมาณ 66 ตารางกิโลเมตร ดูไปดูมาก็คล้ายๆ กับแถบผ้าที่ขดไปมามีลักษณะเป็นชั้นๆ ดูแปลกตาแต่ก็น่าหลงใหล งานดีฟีลกู๊ดดแบบนี้ต้องปรบมือรัวๆ ให้กับวิธีชลประทานที่ชาญฉลาดของจีน ทำให้เกิดการใช้พื้นที่เพาะปลูก และทรัพยากรน้ำที่หาได้ยากในพื้นที่ภูเขาได้ดีเยี่ยม

สำหรับแหล่งนาขั้นบันไดยอดนิยมติดโผมากับเค้า 2 ที่ด้วยกันได้แก่ บริเวณรอบๆ หมู่บ้านผิงอัน (Pingan Village) ซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวจ้วง (Zhuang Minority) มีความเก่าแก่มากที่สุดและได้รับการพัฒนามามาก เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เรียกว่าอยากจะได้ร้านอาหาร ที่พักดีๆ หรือการเดินทางที่สะดวกสบายก็ต้องมาที่นี่เล้ยย

หากมาถึงแล้วไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเลยได้แก่ พระจันทร์และดวงดาวทั้งเจ็ด (Severn Stars Accompany the Moon) เป็นกองหินเจ็ดก้อนที่หลงเหลือไว้จากการพัฒนาพื้นที่ บริเวณนี้อยู่ท่ามกลางพระจันทร์  แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วแต่พอเห็นของจริงต้องบอกว่าดีงามมไปอีกกก

อีกหนึ่งไฮไลท์คือเก้ามังกรและห้าเสือ (Nine Dragons and Five Tigers) จินตนาการในการตั้งชื่อเกิดมาจากสันเขาเก้าสัน แตกสาขาออกมาจากสันเขาหลัก มองดูก็คล้ายกับมังกรเลื้อยขดไปมาพยายามจะไปกินน้ำจากแม่น้ำจินซา (Jinsha River) ด้านข้างก็มีโขดหินมโนว่าเป็นเสือห้าตัวนั่นเอง

แหล่งนาขั้นบันไดยอดนิยมอีกที่คือบริเวณจินเคิง (Jinkeng) บ้านของชาวเหยาแดง (Red Yao) ซึ่งอยู่ไกลออกไปอีก ที่นี่มีไฮไลท์ถึงสามจุดด้วยกันได้แก่ ดนตรีแห่งเขาตะวันตก (Xishan Shaoyue) เป็นจุดสูงสุดกับวิวแบบพาโนรามา ฮิตมากสำหรับการมาถ่ายรูปเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกจร้า กว่า 90%ของรูปถ่ายที่เห็นตามสื่อก็มาจากจุดนี้จ้า

มาต่อกันที่ นาขั้นบันไดพันชั้นขนาดใหญ่ (Dajie Qianceng Titian) อยู่ค่อนข้างต่ำ เดินสะดวกและงานดีงานละเอียดเหมือนเดิม จากจุดนี้สามารถมองเห็นบ้านของชาวเหยาและดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นได้ด้วยเหมือนกันจร้า จุดสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือยอดพระสีทอง (Jinfo Ding) เป็นจุดที่ดีที่สุดที่จะมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินจร้า สามารถนั่งกระเช้าเคเบิลขึ้นไปบนยอดใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น เข้าทางจริงๆ จะได้เก็บแรงไว้ถ่ายรูปข้างบนสวยๆ

การมาที่ นาขั้นบันไดหลงจี๋ นอกจากชมความงามของทิวทัศน์แจ่มๆ แบบนี้แล้ว ยังมีหมู่บ้านเก่าแก่โบราณอย่างผิงอัน ต้าจาย (Dazhai) หลงจี๋จ้วงโบราณ (Longji Ancient Zhuang Village) และหวงหลัวหงเหยา (Huangluo Red Yao Village) รวมถึงวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง ให้ได้มาสัมผัสเปิดหูเปิดตาอีกด้วย

แทงบอล

ท่องเที่ยว

แม่น้ำหลีเจียง (Li River)

แม่น้ำหลีเจียง (Li River) ตั้งอยู่ในเมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (Guangxi Zhuang) เป็นอีกหนึ่งอัญมณีท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน เป็นไฮไลท์สำหรับการมาเยือนเมืองกุ้ยหลินเลยทีเดียว

ช่วงที่งามที่สุดของแม่น้ำหลีเจียงคือบริเวณลำน้ำระยะทางกว่า 83 กิโลเมตรจากเมืองกุ้ยหลินไปถึงเมืองหยางซัว (Yangshuo) จะเต็มไปด้วยรอยคลื่น หน้าผาสูงชัน ถ้ำที่มีความงามอย่างน่ามหัศจรรย์ เรือล่องแม่น้ำ และแพเรือทำด้วยไม้ไผ่ บรรยากาศเบาสบาย ผ่อนคลายสุดๆ นี่แหล่ะสวรรค์ของจริง

แม่น้ำหลีเจียงสามารถแบ่งออกตามลักษณะภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันได้เป็น 3 ส่วนได้แก่ ช่วงกุ้ยหลินไปจนถึงช่องแคบออกซ์ (Ox Gorge) ทางชายฝั่งตะวันตกของแม่น้ำหลีเจียง ช่วงช่องแคบออกซ์ถึงหมู่บ้านน้ำหยด (Water-Dropping Village) และช่วงหมู่บ้านน้ำหยดถึงเมืองหยางซัว ซึ่งแต่ละส่วนก็จะมีวิวและสถานที่สวยงามชวนให้หลงใหล เพลินเพลิน ดีต่อใจได้ตลอดทางจริงๆ

แม่น้ำหลีเจียงขึ้นชื่อในเรื่องความงามเป็นเอกลักษณ์ ตลอดทางที่แล่นผ่านแม่น้ำสายนี้สวยราวกับภาพวาดในแกลลอรี่ ภาพน้ำตกจากผาสูงเขียวขจี หินผาที่ดูมีเสน่ห์ เนินเขาทับซ้อนกันไปมา และสะท้อนเป็นเงาอยู่ในน้ำที่ใสราวกับกระจก สวยเหมือนฝันจนเผลอนึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในเทพนิยายยังไงยังงั้นเลยค่า สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไผ่เขียว เป็ดว่ายน้ำมุ้งมิ้งในแม่น้ำ ชาวประมงตกปลาอย่างสงบนิ่ง ให้ความรู้สึกสโลว์ไลฟ์สุดๆ งานนี้การันตีว่าถูกใจคนรักธรรมชาติ

นอกจากนี้ไฮไลท์ของที่นี่ยังรวมไปถึง จิ๋วหม่าฮว๋าซาน (Nine Horse Fresco Hill) เขาที่คล้ายมีม้า 9 ตัวอยู่บนนั้นในท่าทางต่างๆ และแผ่นหินสีเหลืองจำนวนมาก (Yellow Cloth Shoal) ในน้ำใสที่นิ่งสงบทำให้มองเห็นสีเหลืองของมันแบบชัดแจ๋วเลยล่ะ หรือจะเป็นเขาบนธนบัตร 20 หยวน (20-Yuan Bill Hill) เห็นแล้วก็อดไม่ได้ต้องหยิบแบงค์ 20 หยวนขึ้นมาแชะภาพเทียบกับเขาที่อยู่ตรงหน้ากับเขาด้วย และเมืองซิ่งผิง (Xingping Town) เมืองที่เราสามารถถ่ายรูปได้วิวสวยๆ กลับบ้านไปอย่างแน่นอน บอกเลยทริปนี้เลิศเลอมากจริงๆ

หากวางแผนมาเที่ยวช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือเมษายนไปจนถึงตุลาคม แนะนำให้ล่องเรือจากเมืองกุ้ยหลินไปจนถึงเมืองหยางซัว ซึ่งใช้เวลาราวๆ 4 ชั่วโมง

แทงบอล

ท่องเที่ยว

เมืองเก่าโทรเกียร์ (Trogir)

โทรเกียร์ เมืองบนชายฝั่งเอเดรียติกตอนกลางของโครเอเชีย เมืองเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้ เป็นที่รู้จักในด้านการผสมผสานของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอาคารแบบบาโรกและโรมันตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่และเกาะจิโอโว่ (Ciovo Island) ด้วยสะพานข้ามคลองเล็กๆ มีมหาวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์แห่งศตวรรษที่ 13

ที่ตั้งของโบสถ์ยุคเรอเนซองส์ของเซนต์จอห์นและสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันกว้างไกลจากหอระฆัง บางส่วนของกำแพงเมืองในยุคกลางยังคงถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี เป็นเมืองเก่ายังคงรักษาอาคารที่คงสวยงามและสมบูรณ์แบบเอาไว้มากมาย

ตั้งแต่ยุคแห่งความรุ่งเรืองในศตวรรษที่ 13 ถึง 15 และในปีค.ศ. 1997 ได้รับยกย่องให้เมืองนี้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมและสมบัติทางศิลปะของโลก มีการสะสมอนุรักษ์อาคารแบบโรมาเนสก์และเรเนสซองไว้ได้อย่างทรงคุณค่า เมือง โทรเกียร์ สามารถเดินทางมาจากเมืองสปริตอย่างสะดวกสบาย

การตั้งถิ่นฐานบนเกาะแห่งนี้มีอายุย้อนไปถึงยุคขนมผสมน้ำยาศิลปะ (Hellenistic period) หรือยุคที่มีการขยายตัวของอิทธิพลกรีกและเผยแพร่ความคิดของตนหลังจากการตายของอเล็กซานเดอร์ มีและได้มีการนำปรับมาใช้ให้เข้ากับยุคปัจุบัน ทุกตารางเมตรของเมืองโทรเกียร์นั้นเป็นศิลปะที่ยอดเยี่ยม

ส่วนที่สวยที่สุดของเมืองคือ การเดินเล่นริมแม่น้ำรีว่า (Riva) เหมาะสำหรับคู่รักที่ไปพักผ่อนเสพศิลปะในเมืองเก่ายามฤดูร้อน และอย่าลืมแวะไปจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองที่ จุดชมวิวคาเมอร์เลนโก (Kamerlengo viewpoint) เป็นปราสาทเก่าที่มีกำแพงสูง และป้อมปราการ ซึ่งปัจจุบันถูกจัดให้เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองนี้

แทงบอล

ท่องเที่ยว

ช่องแคบซานเสียแห่งลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง (The Yangtze Three Gorges)

ช่องแคบซานเสียแห่งลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง (The Yangtze Three Gorges) ที่นี่มีทัศนียภาพทางภูมิศาสตร์ที่สวยงามจนแทบลืมหายใจ โด่งดังติดหนึ่งในสิบของจีนเลยทีเดียว

ประกอบไปด้วยช่องแคบชวีถัง (Qutang Gorge) ช่องแคบอู (Wu Gorge) ช่องแคบซีหลิง (Xiling Gorge) ยาวรวมกว่า 310 กิโลเมตรกันเล้ยย โดยเริ่มที่เมืองไป๋ตี้ (Baidi Cheng) ของมหานครฉงชิ่งทางตะวันตกของจีนไปจบที่หนานจินพาส (Nanjin Pass) ที่เมืองอี๋ชาง มณฑลหูเป่ยทางตะวันออกของจีนนั่นเองจร้า

ที่นี่สวยงามเข้าตาสำนักงานการท่องเที่ยวประเทศจีน (China National Tourism Administration) เข้าอย่างจังจนถูกจัดอันดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A

การล่องเรือในแม่น้ำแยงซีเกียงผ่าน ช่องแคบซานเสียแห่งลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง  ไม่เพียงแต่จะได้เพลิดเพลินกับวิวหินผาแปลกตา ภูเขาโดดเด่นสูงตระหง่านไปตลอดทางที่เรือแล่นผ่านแล้ว แต่ยังจะได้ดื่มด่ำกับบทกวีที่จารึกบนโขดหินโดยนักปราชญ์สมัยโบราณอีกด้วย งานนี้เรียกได้ว่า ครบรสเลยหละกับความงามที่หลากหลาย และไร้ขอบเขตของธรรมชาติ ทั้งสวยสง่างามแบบช่องแคบชวีถัง และช่องแคบอู สวยอันตรายแบบช่องแคบซีหลิง หรือสวยแบบฉบับดั้งเดิมเรียบง่าย แต่ดูลึกลับน่าค้นหาของแม่น้ำต้าหนิง (Daning River) และลำธารเสินหนงซี (Shennong Xi)  วิวที่เห็นดูเลิศเลอยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ กับภูมิประเทศที่มีเสน่ห์ยาวนานนับพันปีของพี่จีนเค้าจร้า

ลักษณะภูมิประเทศอันสวยงามไฮโซของบริเวณช่องแคบนี้ ทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมล้ำค่า และถือเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดทางอารยธรรมของประเทศจีนเลยทีเดียว อย่างวัฒนธรรมต้าซี (Daxi Culture) อันโด่งดังกว่า 5000-3300 ปีก่อนคริสตกาล

ว่ากันว่าเหล่านักรบผู้กล้ามากมายในสมัยสามก๊ก เคยใช้ที่นี่เป็นสนามรบอีกด้วยนะจ๊ะ สุดยอดดด ดูวิวไปก็มโนไปว่าเห็นภาพนักรบจีนสมัยก่อนอยู่ตรงมุมนั้นมุมนี้ของเขาเหมือนภาพในหนังยังไงยังงั้นเล้ยย

สายน้ำแห่งนี้ยังสามารถนำเราไปสู่สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงฝุดๆ อีกหลายแห่ง เช่น วัดไป๋ตี้เฉิง (Baidecheng Temple) วัดเก่าแก่โบราณบนชายฝั่งทางเหนือของแม่น้ำแยงซีเกียง วัดหวงหลิง (Huangling Temple) หนึ่งในวัดที่เก่าแก่มากที่สุดในบริเวณช่องแคบซานเสีย และหนานจินพาส (Nanjin Pass) ประตูทางธรรมชาติของช่องแคบซานเสีย อยู่ปากทางตะวันออกของช่องแคบซานเสีย หรือปลายสุดของช่องแคบซีหลิงนั่นเอง

พิพิธภัณฑ์ช่องแคบซานเสีย (Three George Museum) ก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีการจัดแสดงวัฒนธรรมปา (Ba Culture) และพื้นที่ช่องแคบซานเสียจากเมืองฉงชิ่ง (Chongqing) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เมืองมหานครของประเทศจีนในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวฉงชิ่งในสมัยราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) อีกด้วยย งานนนี้เที่ยวแบบสวยๆ

แม่น้ำแยงซีที่ไหลทอดยาวผ่านช่องแคบต่างๆ ในตะวันตกของมณฑลยูนนานนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำขนานสามสาย ของพื้นที่คุ้มครองในมณฑลยูนนาน และถูกจัดให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วยจร้า ดีงามมตามระเบียบ

อีกแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเขื่อนซานเสีย (Three George Dam) ในลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงที่แสดงความก้าวหน้าถึงขีดสุดของพี่จีนในด้านวิศวกรรม เพราะเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่ใหญ่สุดในโลกเลย

แทงบอล